ประสิทธิผลของโปรแกรมการสร้างแรงจูงใจในการออกกำลังกายต่อส่วนประกอบของร่างกาย ระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และสมรรถภาพของหัวใจและหายใจในผู้ใหญ่ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดบกพร่องในชนบทจังหวัดอุดรธานี

ชัญญาวีร์ ไชยวงศ์, นิรมล พัจนสุนทร, เนสินี ไชยเอีย, เสาวนันท์ บำเรอราช

Abstract


          การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบผลของโปรแกรมการสร้างแรงจูงใจในการออกกำลังกายที่มีต่อระดับน้ำตาลในเลือด องค์ประกอบทางร่างกาย (น้ำหนัก ส่วนสูง รอบเอว)ความดันโลหิต และระดับสมรรถภาพของหัวใจและปอด การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง กลุ่มตัวอย่างคือ กลุ่มที่มีระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารเช้า ระหว่าง 100-125 มิลลิกรัม/เดซิลิตร จำนวน 56 คน อายุ 35-59 ปี แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่มๆ ละ 28 คน คือ กลุ่มควบคุม ได้รับการแนะนำให้ทำกิจกรรมตามปกติ และกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมต่อเนื่อง 12 สัปดาห์ ประกอบด้วยการให้ความรู้เรื่องโรคเบาหวาน การป้องกันโรคเบาหวาน การตั้งเป้าหมาย การสาธิตและฝึกทักษะการออกกำลังกาย จำนวน 4 ครั้ง และการเดินออกกำลังกายโดยมีผู้นำออกกำลังกายร่วมเดินและฝึกสอนทุกครั้ง รวม 40 ครั้งๆ ละ 60 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน ผลการวิจัยพบว่า หลังทดลองกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยระดับสมรรถภาพของหัวใจและปอดเพิ่มขึ้น (p<.001) และดีกว่ากลุ่มควบคุม องค์ประกอบทางร่างกายไม่เปลี่ยนแปลง (p>0.05) ส่วนระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารเช้า และระดับน้ำตาลสะสมในเม็ดเลือดแดงไม่เปลี่ยนแปลง (p>0.05) แต่เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม ระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารเช้าและระดับน้ำตาลสะสมในเม็ดเลือดแดงลดลง (p<.001) สรุป การศึกษานี้สามารถนำไปใช้ ในการจูงใจในกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ให้ร่วมออกกำลังกาย ผลของโปรแกรมการสร้างแรงจูงใจในการออกกำลังกายช่วยเพิ่มระดับสมรรถภาพของหัวใจและปอด และควบคุมความดันโลหิต สามารถนำโปรแกรมที่สร้างขึ้นไปเป็นแนวทางในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และป้องกันการเกิดโรคเบาหวานในอนาคต

The Effects of Exercise Motivation Program on Anthropometric, Blood Glucose Level, Blood Pressure and Cardiovascular Fitness among Diabetes High Risk Group inNhongtagai Village Muang District, Udonthani Province

Abstract
          This quasi experimental research design aimed to compare level of Fasting Blood glucose (FBS), glyceted hemoglobin (HBA1C), maximum velocity O2 consumption (VO2 max), Body Weight (BW), Body Mass Index (BMI), Waist Circumference (WC) and blood pressure before and after entering the exercise program. Fifty-six participants volunteered to the study. The inclusion criteria were adults aged 35-59 year-old who had fasting glucose level between 100-125 mg/dl and were willing to join the study. The participants were assigned to an experimental group and to a control group which composed of 28 participants in each group. All participants in the intervention group were informed knowledge about diabetes in 4-time group sessions based on diabetes prevention, lifestyle modification and skill training in 40 supervised pedometer exercise sessions with minimum 30 minutes of daily brisk walking five days a week (Monday to Friday). After 12 weeks, there were significantly improved in VO2 max (p<.001), but no statistically changed in BW, BMI, WC, FBS and HBA1C (p>.05) among the experimental group. However, their FBS and HBA1C
levels were significantly lower than the control group (p<.001). There were significantly increased in BW, BMI, WC, FBS and HBA1C (p<.01) Conclusions: This study suggested that the exercise motivation program could be a useful strategy to motivate pre-diabetes participants to exercise. The result shows improvement in cardio-respiratory fitness, and blood pressure. This program can maintain healthy blood sugar level and prevent diabetes in high risk group in the future.


Keywords


โรคเบาหวาน; การออกกำลังกาย; สมรรถภาพของหัวใจและปอด; แรงจูงใจ; Diabetes; Exercise; Cardio-respiratory fitness; Motivation;

Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.


Copyright (c) 2016 วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (Journal of Yala Rajabhat University)

Moblie: 091-862-6900 (ในวันและเวลาราชการ) E-mail: ejournal@yru.ac.th