การศึกษาปัจจัยทางภูมิทัศน์ธรรมชาติและวัฒนธรรมของจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีความเหมาะสมต่อศักยภาพด้านการเกษตรเพื่อสนับสนุนความต้องการในการจัดตั้งคณะเกษตรของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

วิไลวัลย์ แก้วตาทิพย์, พรสวรรค์ เพชรรัตน์

Abstract


         การจัดตั้งองค์กรให้สอดคล้องกับการพัฒนาชุมชนที่มีประสิทธิภาพ การศึกษาสภาพทางภูมิทัศน์ธรรมชาติและวัฒนธรรมมความจำเป็น จึงทำการวิจัยโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความคิดเห็นด้านภูมิทัศน์ธรรมชาติและวัฒนธรรมที่มีต่อศักยภาพด้านการเกษตรของพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ และศึกษาความสัมพันธ์ด้านภูมิทัศน์ธรรมชาติและวัฒนธรรมที่มีความเหมาะสมกับการเกษตรเพื่อสนับสนุนความต้องการในการจัดตั้งคณะเกษตร โดยใช้วิธีการวิจัยแบบผสมทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เชิงปริมาณเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่าง 550 คน วิเคราะห์หาค่าความถี่ ร้อยละและทดสอบความสัมพันธ์ด้วยไคสแควร์ ข้อมูลเชิงคุณภาพศึกษาโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้บริหารในองค์กรทางด้านจัดการศึกษาของ 3 มหาวิทยาลัย จำนวน 5 คน ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามเกินร้อยละ 90.00 เห็นด้วยว่าจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส มีภูมิทัศน์ธรรมชาติและวัฒนธรรมเหมาะต่อการเกษตร ผลการทดสอบความสัมพันธ์ด้านภูมิทัศน์ธรรมชาติและวัฒนธรรมที่มีความเหมาะสมกับการเกษตรเพื่อสนับสนุนความต้องการในการจัดตั้งคณะเกษตร พบว่า มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และ 0.01 จำนวน 9 ประเด็น จากทั้งหมด 11 ประเด็นส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพผู้ให้สัมภาษณ์ 3 คน มีความเห็นว่า พื้นที่ภาคใต้ตอนล่างมีพืชพรรณเฉพาะถิ่น การผลิตสัตว์ ในพื้นที่ไม่เพียงพอต่อการบริโภคโดยเฉพาะโคยังมีการนำเข้า และพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างยังเหมาะสมต่อการเปิดตลาดทางการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย สิงคโปร์และบูรไน ดังนั้นการจัดตั้งหน่วยงานหรือการขยายองค์กรเพื่อพัฒนาทางการเกษตร เช่น การจัดตั้งคณะเกษตรของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา หรือของมหาวิทยาลัยอื่นในภาคใต้ตอนล่าง จะเป็นช่องทางในการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่เพื่อการพัฒนาชุมชนได้

The Study of Factors on Cultural and Natural Landscape of Southern Border Provinces at Suit to Agricultural Potential for Encouraging Requirement to Set Up Agricultural Faculty of Yala Rajabhat University

Abstract
          Establishing organization accord with community development must be studied several contexts, especially cultural and natural landscape. Hence, aims of research were analyzing opinion about the cultural and natural landscape of southern border provinces at suit to agriculture and correlated test between cultural and natural landscape and desire levels to Yala Rajabhat established agricultural faculty. The research method was both quantity and quality. The quantitative research gathered data with 550 representative samples; data were analyzed for frequency, percentage and correlated test by chi-square test. The qualitative research studied by deep interviewed 5 administrators from 3 universities that work in educational segment. The discovery was main respondents over 90.00 percentages agree with Yala pattani and Narathiwas provinces had a cultural and natural landscape suitable for agriculture; furthermore, correlated test showed that 9 essences from 11 essences significant at 0.01 and 0.05 with desire levels to Yala Rajabhat established agricultural faculty. Otherwise, qualitative data of 3 interviewers commented that area of Deep South Thailand had endemic plants; animal production insufficient to consumption, especially cows/bulls these still imports; and Deep South Thailand suit with opening commercial markets with neighboring countries like Malaysia, Singapore, and Brunei. Consequently, establishing organization or expansion units for agricultural development like establishing agricultural faculty of Yala Rajabhat University or other universities in lower south will good opportunity to new agriculturists for community development forward.


Keywords


ภูมิทัศน์ธรรมชาติ; ภูมิทัศน์วัฒนธรรม; ระดับความต้องการ; Natural landscape; Cultural landscape; Required levels;

Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.


Copyright (c) 2017 วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (Journal of Yala Rajabhat University)

Moblie: 091-862-6900 (ในวันและเวลาราชการ) E-mail: ejournal@yru.ac.th