การพัฒนาเครื่องแต่งกายโนราภูมิปัญญาชาวบ้านในจังหวัดนครศรีธรรมราช

ธีรวัฒน์ ช่างสาน

Abstract


         การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาประวัติที่มาและเครื่องแต่งกายโนรา 2) พัฒนาเครื่องแต่งกายโนราตามความต้องการของชาวบ้านและองค์ประกอบที่สมบูรณ์ กลุ่มตัวอย่างคือ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ศิลปิน จากอำเภอทุ่งสง หัวไทร สิชล และเมืองนครศรีธรรมราช และนักศึกษาสาขานาฏศิลป์และการแสดง มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ผู้วิจัยเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบมีโครงสร้าง การสังเกตแบบมีส่วนร่วม การวิพากษ์จากผู้เชี่ยวชาญและการเก็บแบบสอบถาม การแต่งกายโนราในจังหวัดนครศรีธรรมราชในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์มีลักษณะคล้ายกับการแต่งกายตัวพระของรำซัดชาตรีทางภาคกลาง ศีรษะสวมเทริดแบบภาคใต้ บางคณะมีอินทรธนูประดับบนไหล่ทั้งสองข้าง ในสมัยรัชกาลที่ 5 คณะโนราได้พัฒนาเครื่องแต่งกายมาจนปัจจุบัน 3 แบบ คอ เครื่องต้น ทรงบัว และเครื่องเต็ม โดยมีองค์ประกอบของเครื่องแต่งกายประกอบด้วย เทริด พานโครง คลุมไหล่ 2 ข้าง ปิดคอหน้า หลัง ทับทรวง ปีกหรือหางหงส์ สังวาล ปีกนกแอ่น ปั้นเหน่ง ห้อยหน้า ห้อยข้าง สนับเพลา ผ้ายาว กำไลต้นแขน ปลายแขน กำไลข้อมือ และเล็บ การวิจัยครั้งนี้ได้พัฒนาเครื่องแต่งกายโนราแบบประยุกต์โดยใช้เครื่องแต่งกายแบบเครื่องต้นเป็นพื้นและพัฒนาอินทรธนูที่ร้อยจากเครื่องลูกปัดตามแบบอินทรธนูของละครไทยเสริมบนไหล่ทั้งสองข้าง ผลการวัดความพึงพอใจของเครื่องแต่งกายโนราทั้ง 4 แบบ พบว่า เครื่องแต่งกายทุกแบบมีระดับคะแนนเฉลี่ย 4.5 ทุกแบบผลการวิจัยครั้งนี้สามารถใช้เป็นแนวทางในการอนุรักษ์และเผยแพร่ภูมิปัญญาชาวบ้านเรื่องการพัฒนาเครื่องแต่งกายโนรา และสามารถส่งเสริมศิลปินให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง

Developing Nora Costumes Based on Local Wisdoms in Nakhon Si Thammarat Province

Abstract
          This research aimed to 1) study the history of Nora costumes and their components and 2) re-design the costumes and their components to meet the present local requirements and better suit the current performing circumstances. The key informants were academics, experts, professional artists in the districts of Thung Song, Huasai, and Muang in Nakhon Si Thammarat Province and students from the Performing Arts Program, Nakhon Si Thammarat Rajabhat University. The research instruments were structured in-depth interviews, participant observation, Nora experts’ critiques and questionnaires. The data revealed that since the early Rattanakosin era to the reign of King Rama V, three types of Nora costumes were found namely, Khruangton, Song Bua and Khruang Lukpat Ha Chin or Khruang Tem. The components of the costumes in each types were similar in which it comprised of Soet, Phan Khrong, two pieces of Khlum Lai, Pit Kho-front and back-Thapsuang, Pik or Hanghongม Sangwan, Pikanok-aen, Panneng, Hoi Na, Hoi Khang, Sanapphlao, Pha Yao, Kamlai Ton Khaen, Kamlai Plai Khaen, Kamlai Khomue, and Lep. The study also revealed that the new costumes were re-created based on the Khruangton by adding Inthanu on both sides of the shoulders; the style of costume from Thai Classical Drama and using various types of colorful beads. This newly created costume is anticipated to be the forth types of Nora costume. The results from the questionnaire which examined the audiences’ satisfaction about patterns, components, color, appropriateness, and worth conservation of the costume design showed that all factors were ranked at highest level (Mean= 4.5). The results of this study could be used not solely as a guideline to conserve and publicize traditional local wisdoms but also to encourage local artists to earn income from making costumes that suit the present Nora performances and as souvenirs.


Keywords


โนรา; เครื่องแต่งกายโนรา; ภูมิปัญญาชาวบ้าน; การวิจัยและการพัฒนา; Nora; Nora costumes; Local wisdom; Research and development;

Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.


Copyright (c) 2017 วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (Journal of Yala Rajabhat University)

Moblie: 091-862-6900 (ในวันและเวลาราชการ) E-mail: ejournal@yru.ac.th