การวิเคราะห์ต้นทุนและผลประกอบการของเกษตรกรชาวสวนยางกรณีศึกษา ตำบลปากล่อ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี

สุกฤษตา พุ่มแก้ว, มานพ ทองไทย, สันติ อารักษ์คุณากร, พยอม ตอบประโคน

Abstract


         งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาต้นทุนและผลประกอบการของเกษตรกรชาวสวนยางพาราเป็นการวิจัยเชิงสำรวจ จากกลุ่มตัวอย่าง 339 ตัวอย่าง โดยใช้แบบสอบถาม ผลการวิจัยพบว่าเกษตรกรชาวสวนยางส่วนใหญ่มีพื้นที่ในการปลูกยางและเปิดกรีดตั้งแต่ 5-10 ไร่ ใช้พันธุ์ยางพาราที่ปลูก RRIM600 จำหน่ายผลผลิตแบบยางก้นถ้วย (ขี้ยาง) โดยมีต้นทุนผันแปรเฉลี่ย 6,330.93 บาทต่อไร่ ต้นทุนคงที่เฉลี่ย 3,210.48 บาทต่อไร่ และส่วนของต้นทุนรวมโดยเฉลี่ย 9,541.41 บาทต่อไร่ผลผลิตและผลตอบแทนจากการปลูกยางพาราจะมีรายได้โดยเฉลี่ยต่อไร่ต่อปีของน้ำยางสดและยางก้นถ้วย(ขี้ยาง) เท่ากับ 14,970.19 บาท และส่งผลให้มีกำไรเฉลี่ยเท่ากับ 5,428.78 บาทต่อไร่ต่อปี ในการวิเคราะห์ผลตอบแทนในการปลูกยางพาราผลผลิตน้ำยางสดในจำนวน 10 ไร่ ตลอดอายุของการปลูกยางพารา 25 ปี จะมีระยะเวลาคืนทุน 11 ปี 2 เดือน 9 วัน มูลค่าปัจจุบันสุทธิเท่ากับ 1,168,438.59 บาท มีอัตราผลตอบแทนภายในร้อยละ 20.55 และอัตราส่วนของผลตอบแทนต่อต้นทุน 2.13 เท่า ซึ่งเชื่อว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ยอมรับได้ และในส่วนของผลผลิตยางก้นถ้วย(ขี้ยาง) ในจำนวน 10 ไร่ จะมีระยะเวลาคืนทุน 14 ปี 1 เดือน 10 วัน มูลค่าปัจจุบันสุทธิเท่ากับ 758,924.10 บาท มีอัตราผลตอบแทนภายในร้อยละ 20.44 และอัตราส่วนของผลตอบแทนต่อต้นทุน 1.74 เท่า ทั้งนี้เชื่อว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ยอมรับได้เช่นกัน เกษตรกรชาวสวนยางพารามีแนวคิดให้ภาครัฐเข้ามาส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการผลิตปุ๋ยเพื่อให้ลดต้นทุน รวมถึงการสนับสนุนและส่งเสริมอาชีพเสริมให้กับเกษตรกรเพื่อเพิ่มรายได้ ให้กับครัวเรือนอย่างยั่งยืนต่อไป

Cost and Performance Analysis of Rubber Plantation in the Case of Tambol Pak lor, Khok Pho District, Pattani Province

Abstract
          This study, cost and performance analysis of rubber plantation in the case of Tambol Pak lor, Khok Pho District, Pattani Province, aims to survey research the cost and performance in rubber plantation. The study is considered empirical research which applied 339 cases. The result, the plantation sizes were about 5-10 Rai (counting only tapping rubber tree). The rubber tree type was RRIM600. With respect to natural rubber scrap production system. The average variable cost for rubber plantation about 6,330.93 bath per Rai (1 rai = 3.9 acres); on the other hand, the fixed cost was 3,210.48 bath per Rai and total average cost 9,541.41 bath per Rai. According to production and return of rubber plantation, the average revenue from two products, which are fresh rubber milk and rubber scrap, was about 14,970.19 bath and average profit about 5,428.78 per Rai per year. With respect to return analysis, for 10 Rai of plantation size, over 25 years of rubber. For is fresh latex product the payback time period was 11 years 2 months 9 days, the net present value was 1,168,438.59 bath and finally internal rate of return was 20.55% and benefit Cost Ratio: B/C Ratio was 2.13 fold. As a result, this project is acceptable. And for is rubber cup lumps the payback time period was 14 years 1 months 10 days, the net present value was 758,924.10 bath and finally internal rate of return was 20.44% and benefit-Cost Ratio: B/C Ratio was 1.74 fold. As a result, also this project is acceptable. The farmer request government subsidy in term of knowledge and know how about fertilizer. Furthermore part time job for farmer is still needed in order to sustain revenue of the household.


Keywords


ต้นทุน; ผลประกอบการ; เกษตรกรชาวสวนยาง; Cost; Performance; The rubber plantation;

Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.


Copyright (c) 2017 วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (Journal of Yala Rajabhat University)

Moblie: 091-862-6900 (ในวันและเวลาราชการ) E-mail: ejournal@yru.ac.th