การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานเพื่อเสริมสร้างสัมมาทิฏฐิของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นด้วยเทคนิคคำถาม R-C-A

ณฤดี เนตรโสภา

Abstract


          การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานเพื่อเสริมสร้างสัมมาทิฏฐิของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ด้วยเทคนิคคำถาม R-C-A เป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อศึกษาวิเคราะห์บริบททั่วไปเกี่ยวกับรูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสาน 2) เพื่อสังเคราะห์รูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสาน 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสาน และ 4) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสาน กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่3 โรงเรียนห้วยผึ้งพิทยา ปีการศึกษา 2558 จำนวน 39 คน ใช้เวลาทดลอง 8 สัปดาห์ ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการเรียนการสอนแบบ ผสมผสานมีองค์ประกอบ คือ 1) หลักการของรูปแบบ 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3) กิจกรรมการเรียนการสอนของรูปแบบ 4) การวัดและประเมินผล มีกิจกรรมการเรียนการสอน แบบผสมผสาน 2 รูปแบบ คือ แบบออฟไลน์และแบบออนไลน์ ขั้นตอนกิจกรรมการเรียนการสอน มี 4 ขั้น คือ 1) ขั้นสร้างแรงบันดาลใจ 2) ขั้นเรียนรู้ตามรูปแบบ 3) ขั้นอภิปรายและสรุป และ 4) ขั้นประเมินผล ได้ประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสาน เท่ากับ 81.20/82.72 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 และดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.5133  นักเรียนกลุ่มทดลองมีสัมมาทิฏฐิและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นกว่าก่อนเรียน และสูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ .05 สัมมาทิฏฐิกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมีความ สัมพันธ์เชิงบวกในระดับปานกลางอย่างมีนยัสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ .01 และนักเรียน มีความพึงพอใจต่อรูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานด้านกิจกรรมการเรียนการสอน อยู่ในระดับมากที่สุด

Developing the Blended Instructional Model for Enhancing Students’ Sammadhitthi of the Lower Secondary Education Using with the R-C-A QuestionTechnique

Abstract

          The Research and Development Technique was modified on this study. The aims of this research study on developing blended instructional model for enhancing students’ Sammadhitthi on the lower secondary education using with the R-C-A question technique are to 1) analyze of the general context on the blended instructional model, 2) synthesize of the blended instructional model, 3) try out of the blended instructional model and 4) implement their developed the blended instructional model. The research samples were 39 students from lower secondary education at Huaiphungpittaya school, who enrolled in academic year 2015. The experiments were conducted for 8 weeks. It has found that for findings as: There are the four important components of blended instructional model, namely; the principle of the blended instructional model, the purpose of the blended instructional model, 3) the instructional activities, and 4) assessing and evaluating the blended instructional model. This model is composed of the Offline and Online instructional activities with the four steps, such as; inspiration, learning by blended instructional model, discussion and conclusion, and assessment phases, consequently. Statistically significant shows the blended instructional model efficiency value revealed to 81.20/82.72 that it’s in a criterion of 80/80 and the Effective Index (E.I.) value indicated to 0.5133. Students’ Sammadhitthi and learning achievements with the experimental group of their pre and post blended instructional model were differentiated, and was higher than the control group, significantly (ρ < .05). Reliability of students’ Sammadhitthi and learning achievements was positively related at middle level, significantly (ρ < .01). Over all on Students’ satisfactions of their blended instructional model is evidence high level, on students’ learning activities is evidence the highest level, surprisingly.


Keywords


รูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสาน; สัมมาทิฏฐิ; เทคนิคคำถาม R-C-A; Blended instructional model; Sammadhitthi; R-C-A question technique;

Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.


Copyright (c) 2017 วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (Journal of Yala Rajabhat University)

Moblie: 091-862-6900 (ในวันและเวลาราชการ) E-mail: ejournal@yru.ac.th

ISSN: 1905-2383