The Development of Governor’s Palaces of the Seven Towns in the Southern Border Region into Areas of Cultural Tourism

Taksuriya Madsa, Pisit Boonchai

Abstract


          The objectives of this research are 1) to study the historical background of Governor’s palaces of the seven towns in the southern border region, 2) to study the current conditions and problems of Governor’s palaces of the seven towns in the southern border region, and 3) the guidelines for development of governor’s palaces of the seven towns in the Southern border region into areas of cultural tourism. This qualitative research is conducted by reviewing related literature and in depth interviews. The qualified samples were selected from Thai and foreign tourists with about 109 people participating. The results from analyzed information revealed that 1) the historians knew Pattani as the name of Langkasukha since the King Rama I reign and has been colonized from then. Pattani was divided into seven towns, Pattani, Yala, Yaring, Ra-Ngae, Raman, Sai-Buri and Nong Chik and the rulers of the seven cities were appointed under the supervision of Songkhla; 2) the governor’s palaces in the region are regarded as having historical and architectural value. This background came together with the regime in seven cities in the southern border region. Currently, some of the palace buildings have been out of order and in disrepair, and some was sold out and made over from the owners, which the palaces were renovated to be more valuable. 3) The guidelines for development of governor’s palaces of the seven towns in the Southern border region into areas of cultural tourism by improving the landscapes, environment and buildings, doing the direction sign, developing the palaces into the museum, and promoting tourism through various media such as tourist guide, magazine and social media.

การพัฒนาวัง 7 หัวเมืองชายแดนภาคใต้ให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 

บทคัดย่อ

          การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาประวัติความเป็นมาของวัง 7 หัวเมืองชายแดนภาคใต้ 2) ศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาของวัง 7 หัวเมืองชายแดนภาคใต้ 3) แนวทางการพัฒนาวัง 7 หัวเมืองชายแดนภาคใต้ ให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคณุภาพ โดยศึกษาข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้องและการสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้อง นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวมทั้งหมด 109 คน ผลการวิจัยพบว่า 1) นักประวัติศาสตร์รู้จักปัตตานีในนามของลังกาสุกะ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้แบ่งแยกหัวเมืองมลายูปตานีเป็น 7 หัวเมือง ได้แก่ เมืองปัตตานี เมืองยะลา เมืองยะหริ่ง เมืองระแงะ เมืองรามันห์ เมืองสายบุรี และเมืองหนองจิก และแต่งตั้งผู้ครองหัวเมืองทั้งเจ็ดอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของสงขลา 2) วัง 7 หัวเมืองชายแดนภาคใต้เป็นสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ มีความเป็นมาควบคู่กับระบบการปกครองบริเวณ 7 หัวเมืองชายแดนใต้ ขณะนี้อาคารของวังบางแห่งกำลังทรุดโทรมลงไปตามกาลเวลาและยังไม่มีการซ่อมแซม หรือบางแห่งกำลังถูกซื้อขายเปลี่ยนมือจากเจ้าของเดิม และอาจจะมีการแก้ไขดัดแปลงรูปแบบอาคารที่มีคุณค่ามาแต่เดิม 3) แนวทางการพัฒนาวัง 7 หัวเมืองชายแดนภาคใต้ ให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยการปรับปรุงภูมิทัศน์ สิ่งแวดล้อม และตัวอาคารการจัดทำป้ายบอกทาง การพัฒนาวังให้เป็นพิพิธภัณฑ์ และการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น คู่มือแนะนำาการท่องเที่ยว จุลสารและสื่อออนไลน์


Keywords


Seven cities in the southern border region; Potential for tourism; Cultural tourism; Tourism areas; วัง 7 หัวเมืองชายแดนภาคใต้; ศักยภาพการท่องเที่ยว; การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม; พื้นที่การท่องเที่ยว;

Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.


Copyright (c) 2017 วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (Journal of Yala Rajabhat University)

Moblie: 091-862-6900 (ในวันและเวลาราชการ) E-mail: ejournal@yru.ac.th

ISSN: 1905-2383